
หลายคนวางแผนเที่ยวทะเลโดยดูแค่ “อากาศ” แต่รู้หรือไม่ว่า
“น้ำขึ้นน้ำลง” (Tide) คืออีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสบการณ์ทริปทะเลโดยตรง
โดยเฉพาะการเที่ยวแบบ Private Charter หรือทริปดำน้ำ
Table of Contents
🌕 น้ำขึ้นน้ำลงคืออะไร?
น้ำขึ้นน้ำลงเกิดจากแรงดึงดูดของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์
ทำให้ระดับน้ำทะเล “ขึ้น” และ “ลง” เป็นช่วงเวลาในแต่ละวัน
โดยทั่วไปจะมี:
- น้ำขึ้น (High Tide)
- น้ำลง (Low Tide)
🏝️ น้ำขึ้นน้ำลง ส่งผลต่อการเที่ยวทะเลยังไง?
🏖️ หาดทราย & ความสวยของทะเล
- น้ำขึ้น: น้ำสูง หาดแคบ แต่น้ำสีสวยลึก
- น้ำลง: หาดกว้าง เหมาะเดินเล่น แต่บางจุดน้ำตื้น
🤿 การดำน้ำ (Snorkeling / Diving)
- น้ำขึ้น → น้ำลึก เห็นปะการังชัด
- น้ำลง → บางจุดตื้นเกิน อาจเดินถึงแนวปะการัง
👉 เวลาที่ดีที่สุด: ช่วง “น้ำขึ้นครึ่งทาง” (Mid Tide)
🚤 การเดินทางของเรือ
- น้ำลงมาก → เรือเข้าบางหาดไม่ได้
- น้ำขึ้น → เข้าใกล้ชายหาดได้สะดวก
💡 สำคัญมากสำหรับ Private Charter ที่ต้องวางแผนเส้นทาง
📸 การถ่ายภาพ
- น้ำลง → เห็นสันทราย (Sandbar) สวยมาก
- น้ำขึ้น → สีน้ำเข้ม ไล่เฉดสวย
📅 ควรวางแผนยังไงให้ดีที่สุด?
- เช็ค “ตารางน้ำขึ้นน้ำลง” ล่วงหน้า
- เลือกช่วงเวลาให้ตรงกับกิจกรรม
- ใช้บริการที่สามารถ “ปรับแผนตามน้ำทะเล” ได้
👉 โดยเฉพาะ Private Charter ที่ยืดหยุ่นได้ จะได้เปรียบมาก
✨ สรุป
“น้ำขึ้นน้ำลง” เป็นปัจจัยที่หลายคนมองข้าม
แต่จริง ๆ แล้วมีผลต่อทั้งความสวย ความปลอดภัย และประสบการณ์โดยรวม
หากวางแผนดี ทริปของคุณจะ “พรีเมียมขึ้นอย่างชัดเจน”
สนใจไปทัวร์กับพี่เลิฟ 🛥️ ข้อมูลเพิ่มเติม
ทัวร์สิมิลัน
ทัวร์หมู่เกาะสุรินทร์
ทัวร์พีพี+เกาะไผ่
